แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็งรังไข่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็งรังไข่ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559



*****************************************

HIPEC

HIPEC คืออะไร?



สวัสดีครับท่านผู้อ่านบล็อกเรื่องของผู้หญิงผู้หญิงที่รักทุกๆท่าน หมอหยุดเขียนบล็อกไประยะหนึ่งเพราะมีงานเข้าเยอะเลยโดยเฉพาะงานเกี่ยวกับการผ่าตัดทางนรีเวชฯซึ่งส่วนมากเป็นเรื่องเกี่ยวกับเนื้องอกมดลูก (Myoma uteri) ช็อกโกแล็ตซิสต์ (Chocolate cyst) หรือไม่ก็เรื่องก้อนของรังไข่ (Ovarian tumor) ซึ่งหมอก็ได้เขียนเอาไว้ในบล็อกก่อนหน้านี้ไปบ้างแล้ว... วันนี้หมออยากเล่าเรื่องการรักษาแบบหนึ่งที่ค่อนข้างมีที่ใช้น้อยแต่สามารถช่วยผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งได้ เรื่องนั้นก็คือเรื่อง HIPEC ครับ

HIPEC หรือที่อ่านว่า "ไฮเป็ก" เป็นชื่อย่อของการรักษาผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่มีการกระจายของมะเร็งอยู่ทั่วไปในช่องท้อง ตัวอย่างเช่น มะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer) และมะเร็งของลำใส้ใหญ่ (Colon cancer) ... HIPEC เป็นชื่อย่อครับ สำหรับชื่อเต็มๆของ HIPEC คือ Hyperthermic Intra-PEritoneal Chemotherapy ครับ

ที่อยากเล่าเรื่องนี้ก็เพราะเมื่อราวเดือนเศษๆที่ผ่านมานี้หมอมีคนไข้มะเร็งรังไข่รายหนึ่งที่ผ่านการผ่าตัดช่องท้องมาแล้ว 5 ครั้ง ..... คนไข้รายนี้มาพบหมอด้วยเรื่องท้องโตและแน่นอึดอัดในช่องท้องมากจนไม่สามารถนอนได้ หายใจก็ไม่สะดวก ทานอาหารก็ไม่ค่อยได้ ได้รับความทุกข์ทรมานมากครับ .....​ การตรวจร่างกายพบว่าคนไข้มีลักษณะซูบผอมมาก มีท้องโตเหมือนคนตั้งครรภ์เกือบครบกำหนด ผลการตรวจ CT scan ที่ช่องท้อง พบว่ามีของเหลวจำนวนมากอยู่ในช่องท้อง .....​ ได้รับการวินิจฉัยในเบื้องต้นว่าเป็น Pseudomyxoma peritonei หรือภาวะที่มีมูกเหนียวข้นในช่องท้องจำนวนมาก ซึ่งมูกเหนียวข้นจำนวนมากนี้จะกระจายอยู่เต็มช่องท้องตั้งแต่เหนือตับลงมาถึงกระเพาะอาหาร ลำใส้เล็กและลำใส้ใหญ่ ไล่ลงมาจนถึงช่องท้องส่วนล่างได้เแก่รอบๆกระเพาะปัสสาวะและอวัยวะทั้งหลายในอุ้งเชิงกราน

ภาพ CT scan ของช่องท้อง แสดงถึงภาวะที่มีมูกเหนียวข้นอยู่เต็มช่องท้อง


ภาพมูกเหนียวข้นที่พบในผู้ป่วย Pseudomyxoma Peritonei

มูกเหนียวข้นในภาวะ Pseudomyxoma peritonei นี้ไม่สามารถเจาะดูดออกมาได้หรอกครับเพราะมีความเหนียวข้นมาก ทำให้คนไข้มีท้องโตขึ้นเรื่อยๆและจะแน่นท้องได้รับความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง ..... ที่ผ่านมาการผ่าตัดรักษาในภาวะดังกล่าวทำได้ยากมากและมีอันตรายสูง ..... ทำให้การรักษาที่ทำกันมาก่อนหน้านี้มักเป็นการรักษาแค่ตามอาการเท่านั้น .....​ คนไข้จะค่อยๆขาดอาหารและผอมลงอย่างมากในขณะที่ท้องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ..... ในที่สุดก็จะเสียชีวิตลงท่ามกลางความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง

มูกเหนียวข้นที่ติดอยู่ตามผนังช่องท้อง ผิวนอกของตับ ลำใส้ และอวัยวะต่างๆในช่องท้อง


ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ในระดับสากล .....​ มีกลุ่มศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้คิดค้นและเริ่มต้นทำการรักษาผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากภาวะดังกล่าวด้วยการผ่าตัดแบบถอนรากถอนโคนคือพยายามผ่าตัดเลาะเอาก้อนเนื้องอกหรือมูกเหนียวข้นดังกล่าวออกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้หรือที่ศัพท์ในการผ่าตัดทางการแพทย์เรียกว่า CRS (Cyto-Reductive Surgery) ร่วมกับการให้ ยาเคมีบำบัดร้อน (Heated Chemotherapy) เข้าไปโดยตรงในช่องท้องทันทีหลังการทำ CRS ...... การให้ยาเคมีบำบัดร้อนเข้าไปโดยตรงในช่องท้องเพื่อให้ยาได้สัมผัสโดยตรงกับรอยโรคนี่แหละครับที่เรียกกันว่า HIPEC ซึ่งจะทำร่วมกับ CRS


ในกรณีของผู้ป่วยที่หมอเล่ามาในเบื้องต้น .....​ หลังจากที่หมอได้ให้คำปรึกษาและให้รายละเอียดเรื่อง CRS + HIPEC ไปกับผู้ป่วยและบุคคลในครอบครัวทั้งในแง่ของประโยชน์ที่ได้รับ ความยากของการผ่าตัด ค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดอันตรายได้หลายอย่างเช่น การตกเลือด การบาดเจ็บต่ออวัยวะต่างๆในช่องท้อง หรือแม้แต่อันตรายที่อาจถึงขั้นเสียชีวิต

ภาพแสดงแนวการผ่าตัดเปิดหน้าท้องในการผ่าตัดแบบ CRS

ภาพแสดงขณะที่แพทย์กำลังผ่าตัดมูกเหนียวข้นออกจากช่องท้องในการผ่าตัดแบบ CRS


ภาพแสดงการใส่สายยางเพื่อให้ยาเคมีบำบัดร้อนเข้าและออกจากช่องท้องในการทำ HIPEC

ในที่สุด ..... เมื่อสัปดาห์เศษๆที่ผ่านมาผู้ป่วยและครอบครัวก็ได้ตัดสินใจขอเข้ารับการรักษาตามที่หมอแนะนำคือ การทำผ่าตัดแบบถอนรากถอนโคนตามด้วยการให้ยาเคมีบำบัดร้อนเข้าในช่องท้อง (CRS + HIPEC) ..... หมอเองในฐานะแพทย์ผ่าตัดทางมะเร็งนรีเวชฯจึงได้ทำการเตรียมการรักษาโดยเริ่มด้วยการผ่าตัดร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางศัลยกรรม ..... ใช้เวลาในการทำผ่าตัดประมาณ 7 ชั่วโมง โดยเป็นการผ่าตัด CRS นานประมาณ 5 ชั่วโมงเศษ และในการทำ HIPEC อีกประมาณ 2 ชั่วโมง ..... พบว่าการผ่าตัด CRS ครั้งนี้สามารถผ่าเอามูกเหนียวข้นออกจากช่องท้องได้มากถึงประมาณ 6,000 มิลลิลิตรหรือ 6 ลิตร และผ่าตัดชิ้นเนื้ออันประกอบด้วย เยื่อบุช่องท้อง เยือหุ้มตับ และลำใส้บางส่วนที่สูญเสียการทำงานเพราะมีมูกจำนวนมากไปเกาะอยู่อย่างเหนียวแน่น รวมเป็นเนื้อเยื่อที่ตัดออกมาอีกไม่รวมมูกเหนียวมีนำ้หนักประมาณ 2.5 กิโลกรัม ..... การผ่าตัดครั้งนี้มีการนำลำใส้มาเปิดเป็นทวารเทียมไว้ด้วย ..... ผลการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจเพราะคาดว่าสามารถผ่าตัดรอยโรคออกมาได้ประมาณ 95% ..... หลังการผ่าตัด CRS ได้มีการวางสายยางไว้เป็นทางเข้าและออกของยาเคมีบำบัดแล้วจึงเย็บปิดหน้าท้องและได้ทำการรักษาต่อทันทีด้วยการทำ HIPEC หรือยาเคมีบำบัดร้อนที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 42 องศาเซลเซียส โดยให้ยาวนผ่านเข้าออกในช่องท้องอีกนานประมาณ 90 นาที ..... หลังผ่าตัดผู้ป่วยในรับการดูแลต่อใน ICU หรือห้องผู้ป่วยอาการหนักอีกหนึ่งวันแล้วย้ายออกมาดูแลได้ในห้องพักตามปกติ

นับถึงวันนี้ก็ผ่านมาแล้วประมาณหนึ่งสัปดาห์เศษ ..... ผู้ป่วยอาการดีขึ้นตามลำดับ ไม่มีไข้ เริ่มทานอาหารอ่อนได้ ปัสสาวะได้เอง สามารถนอนหลับได้โดยไม่มีอาการแน่นท้อง ทวารเทียมทำงานได้ดี รอการดูแลต่อไปซึ่งคาดว่าน่าจะกลับบ้านได้ในไม่นานนี้

ที่เล่ามาทั้งหมดก็เป็นเพียงแบบคร่าวๆและก็เป็นเรื่องที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นานนี้เองนะครับ ..... ยังคงต้องรอดูผลการรักษาในระยะยาวกันอีกต่อไปครับ ..... เรื่อง CRS และ HIPEC แม้พบไม่บ่อยแต่อาจเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนใหนก็ได้ ..... หมอหวังว่าอย่างน้อยท่านผู้อ่านก็คงพอได้รู้จักคำว่า CRS และ HIPEC บ้างในระดับหนึ่ง .....​ ซึ่งหากท่านผู้อ่านได้มีโอกาสพบผู้ป่วยที่มีความทุกข์ทรมานในทำนองนี้ จะได้พอมีคำแนะนำให้เขาเหล่านั้นได้บ้างหรืออาจแนะนำให้โทรศัพท์มาถามหมอได้โดยตรงครับ

หมอขอจบเรื่องเล่าวันนี้ไว้แค่นี้ก่อนนะครับ .....​ ขอให้ท่านผู้อ่านบล็อกเรื่องของผู้หญิงผู้หญิงทุกท่านโชคดีและมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง .....​ สวัสดีครับ



รศ.นพ. วิรัช วุฒิภูมิ
สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ-หาดใหญ่
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
mobile: 089-733-1170

******************************************************

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559





มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer)


ช่องท้องส่วนล่างของคุณผู้หญิงที่อาจเกิดความผิดปกติหรือโรคอะไรได้หลายอย่างรวมทั้งมะเร็งรังไข่


วันนี้หมอออกตรวจคนไข้ตามปกติครับ ... มีทั้งคนไข้ที่เข้ามาตรวจร่างกายเพราะมีปัญหาเรื่องระบบภายในของคุณผู้หญิงและทั้งที่ไม่มีปัญหาอะไรรีบด่วน ...​ แต่มาเพื่อตรวจคัดกรองโรคมะเร็งของผู้หญิง ... ซึ่งโรคมะเร็งที่ทำให้เกิดความกังวลมีหลายชนิดโดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับมะเร็งของรังไข่ ... เรื่องมะเร็งรังไข่นี่ต้องบอกว่าฮอทฮิตมากในระยะนี้ ... มีทั้งคุณผู้หญิงที่มาตรวจที่โรงพยาบาลโดยตรงและที่โทรศัพท์เข้ามาปรึกษาเลยละครับ

หมอกลับมาบ้านเลยมานั่งคิดดูว่าทำไมคนไข้ผู้หญิงหลายคนสนใจเรื่องมะเร็งรังไข่ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นมะเร็งในผู้หญิงที่พบบ่อยนัก ... ถ้าจะพูดถึงมะเร็งในผู้หญิงไทยที่พบบ่อย 5 อันดับแรกเรียงจากมากไปหาน้อยก็ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับและท่อนำ้ดี มะเร็งปอด และมะเร็งลำใส้ใหญ่ตามลำดับครับ ... แต่วันนี้กลับมีแต่เรื่องมะเร็งรังไข่มาปรึกษา ... ทำให้หมอรู้สึกว่าคงต้องเขียนบล็อกมาคุยกันหน่อยครับ

เดือนมีนาคมถือเป็นเดือนแห่งการระมัดระวังเรื่องมะเร็งรังไข่


เหตุผลที่พอจะอธิบายได้ว่าทำไมมะเร็งรังไข่เป็นเรื่องฮอทฮิตติดอันดับก็คงเป็นเพราะมีเหตุการณ์สดๆร้อนๆสองเหตุการณ์มาประจวบเหมาะในระยะนี้พอดีกันน่ะครับ ... เหตุการณ์แรกก็คือเรื่องข่าวที่ดาราภาพยนตร์สตรีที่เป็นขวัญใจชาวไทยท่านหนึ่งที่หายไปจากวงการระยะหนึ่งและเพิ่งออกมาเปิดเผยตัวเองว่าเป็นมะเร็งรังไข่ ... ดาราขวัญใจท่านนี้ได้เข้ารับการผ่าตัดร่วมกับการใช้เคมีบำบัดหรือที่ชาวบ้านทั่วๆไปเรียกกันว่าไปทำคีโมมาระยะหนึ่ง ... ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะครบกำหนดการให้คีโมแล้ว ... เหตุการณ์ที่สองก็คือเรื่องที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกแพ้คดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและต้องจ่ายเงินให้คู่ความสูงมากถึงประมาณ 2,500 ล้านบาท ... หลายท่านคงพอทราบนะครับว่าคดีดังกล่าวเกี่ยวกับเรื่องแป้งฝุ่นทาตัวยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งกับการเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เป็นมะเร็งรังไข่ของคุณผู้หญิงที่ใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้แป้งดังกล่าวทาในบริเวณที่ลับ

ภาพใน Social media ที่เตือนให้ระวังเรื่องมะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer) และการใช้แป้งฝุ่น

เหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นในระะยะเดียวกันและได้รับการนำเสนออย่างต่อเนื่องใน social media แทบจะเรียกว่าทุกประเภทเลยละครับ ... มองในแง่บวกก็คือทำให้มีการตื่นตัวกันอย่างมากโดยเฉพาะในคุณผู้หญิง ... ทำให้มีการหาทางป้องกันตัวเองจากมะเร็งรังไข่เพราะรู้สึกว่าเป็นภัยร้ายที่อยู่ใกล้ตัว ... หมอเองในฐานะที่พอมีความรู้ความชำนาญด้านมะเร็งของคุณผู้หญิงหรือมะเร็งนรีเวชฯก็เลยอยากจะเขียนอะไรเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับสถานการณ์มะเร็งในประเทศไทยโดยเฉพาะเกล็ดเล็กๆน้อยๆเรื่องมะเร็งรังไข่มาให้อ่านกันบ้างเผื่อจะมีประโยชน์อะไรไม่มากก็น้อยครับ

เรื่องสถานการณ์มะเร็งในประเทศไทย ... เรื่องนี้หมอขออ้างถึงข้อมูลจากนายแพทย์ วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันมะเร็ง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยของเราครับ ... ข้อมูลดังกล่าวหากรู้แล้วน่ามีประโยชน์มากครับเพราะจะทำให้เราตระหนักถึงสถาณการณ์มะเร็งในประเทศไทยในปัจจุบันว่าเป็นเช่นไร ...  ตามข้อมูลพบว่าอัตราการเกิดโรคมะเร็งในประชาชนชาวไทยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ...​ มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั้งหญิงชายรวมกันมากกว่า 120,000 คนต่อปี ... และที่สำคัญก็คือโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประชาชนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบันหรือมากกว่าสิบปีติดต่อกันมาแล้วเลยละครับ ... ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อนะครับว่าโรคมะเร็งมาแรงแซงทางโค้งมาโดยตลอด ... มาแรงแซงการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆเช่นการเสียชีวิตจาก โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดัน หรือแม้แต่การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเสียอีกและมีแนวโน้มว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆครับ

ตำแหน่งของรังไข่ (Ovary) อยู่ที่ด้านซ้ายและขวาของมดลูก (Uterus)

มาเข้าเรื่อง "มะเร็งรังไข่" หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Ovarian cancer กันเลยดีกว่าครับ ... รังไข่ของคุณผู้หญิงเป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องส่วนล่างหรือที่เรียกกันทั่วๆไปว่าปีกมดลูกน่ะครับ ... รังไข่ของผู้หญิงมีขนาดประมาณ 3 เซ็นติเมตร มีสองข้างคือข้างซ้ายและข้างขวา ... รังไข่ทำหน้าที่เป็นต่อมไร้ท่อที่สร้างฮอร์โมนเพศหญิงและผลิตไข่ซึ่งเมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก็จะมีการตกไข่เดือนละครั้ง ...​ หากมีการร่วมเพศในระยะไข่สุกก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์และคลอดบุตรออกมาลืมตาดูโลกอย่างพวกเราทุกคน ... สรุปก็คือรังไข่เป็นอวัยวะสำคัญที่เป็นต้นกำเนิดของชีวิตของมนุษย์เราเลยนะครับ

แต่รังไข่เองก็เหมือนอวัยวะอื่นๆของมนุษยน่ะครับซึ่งแม้จะมีประโยชน์อย่างมากแต่ก็มีโอกาสเกิดความผิดปกติกลายเป็นมะเร็งได้ ... มะเร็งรังไข่มีหลายชนิดครับแต่ชนิดที่เจอบ่อยได้แก่ชนิดที่เกิดจากเยื่อบุผิวของรังไข่ (Epithelial Ovarian Cancer) ซึ่งก็คือชนิดที่เป็นข่าวครึกโครมทั้งสองเหตุการณ์ที่กล่าวมาในข้างต้นนั่นแหละครับ

ภาพแสดงรังไข่ข้างขวาที่ปกติและข้างซ้ายที่เป็นเนื้องอกรังไข่ (Ovarian tumor)

แม้มะเร็งรังไข่จะไม่ได้พบบ่อยจนติดใน 5 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย ... แต่ถ้าพูดกันเฉพาะกลุ่มมะเร็งในระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรีก็ต้องถือว่าเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในระบบนี้ของคุณผู้หญิงเลยนะครับ ... ถ้าจะเป็นรองก็เป็นรองแต่เฉพาะมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น ... ปัญหาที่น่านำมาคุยกันและฟังดูน่ากลัวก็คือมะเร็งรังไข่เป็นมะเร็งที่มักตรวจพบได้เมื่อมีการลุกลามไปมากแล้วทำให้การรักษาได้ผลไม่ดี ... แม้พบไม่บ่อยแต่พบทีไรก็มักสายไปแล้ว ... พบว่าเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับต้นๆของมะเร็งที่เกิดจากอวัยวะสืบพันธุ์สตรีดังกล่าวแล้ว ... ยิ่งพอมีเหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์ที่กล่าวในข้างต้นใน Social media เลยทำให้มีการตื่นตัวและกล่าวถึงมะเร็งชนิดนี้กันอย่างมากและอย่างต่อเนื่อง

เรื่องมะเร็งรังไข่ ... หมออยากจะให้คุณผู้หญิงที่ติดตามบล็อกเรื่องของผู้หญิงผู้หญิงทุกท่านระวังแต่อย่าระแวงนะครับ ... เป็นความจริงที่ว่านอกจากมะเร็งรังไข่จะเป็นโรคที่ไม่มีอาการในระยะที่เริ่มเป็นแล้ว ... การตรวจคัดกรองก็ยังไม่ได้ผลดีเหมือนการตรวจคัดกรองของมะเร็งปากมดลูก ... ทำให้เมื่อเริ่มมีอาการและตรวจพบโรคก็มักเป็นไปมากแล้วซึ่งการรักษามักจะไม่ได้ผลดีและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับต้นๆดังกล่าว ... แต่ก็จะไม่ใช่จะหมดหวังไปซะทีเดียวเลยนะครับเพราะความรู้จากงานวิจัยและความเจริญทางเทคโนโลยี่ในปัจจุบันทำให้เรารู้ว่าอะไรเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่มากยิ่งขึ้นเช่น การถ่ายทอดทางพันธุกรรม การไม่ตั้งครรภ์ สูงอายุ น้ำหนักมากหรืออ้วน เป็นต้น ... ทำให้พอมีโอกาสที่จะป้องกันหรือตรวจพบมะเร็งรังไข่ได้ตั้งแต่โรคยังไม่ลุกลามไปมากและการรักษาได้ผลดีขึ้นหรือแม้แต่มีโอกาสหายขาดได้หรือไม่ก็ทำให้มีอัตราการอยู่รอดชีวิตสูงมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต

รูปมะเร็งรังไข่ที่มักตรวจพบหรือมีอาการก็ต่อเมื่อโรคมีการลุกลามหรือเป็นไปมากแล้ว

เรื่องการป้องกันมะเร็งรังไข่ ... อาจเริ่มจากการดูความเสี่ยงจากประวัติการเจ็บป่วยจากโรคมะเร็งในครอบครัวหรือเรื่องพันธุกรรมครับ ... เรื่องนี้เห็นได้ชัดจากเรื่องของคุณ Angelina Jolie ซึ่งเป็น super star ในระดับโลก ... ในครอบครัวของเธอมีประวัติการเจ็บป่วยจากโรคมะเร็งหลายคนโดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ ... ซึ่งมะเร็งทั้งสองชนิดเป็นมะเร็งมีความสัมพันธ์กับเรื่องพันธุกรรมโดยเฉพาะพันธุกรรมที่เรียกว่า BRCA ที่มีการผ่าเหล่า (BRCA mutation) ... ทำให้เธอป้องกันตัวเองจากการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ได้โดยการให้แพทย์ตัดเต้านมและรังไข่ทิ้งหลังจากที่ตรวจทางพันธุกรรมพบว่ามีความเสี่ยงสูง ... ซึ่งข่าวของคุณ Angelina Jolie เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกสามารถศึกษาหรือหาอ่านได้จาก social media ทั่วไปนะครับ


Angelina Jolie สตรีผู้ปลุกให้เกิดการตื่นตัวในการป้องกันมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ในระดับสากล
ภาพจำลองสายพันธุกรรมของมนุษย์ที่เป็นตัวควบคุมการทำงานทุกอย่างของร่างกาย

นอกจากการดูเรื่องพันธุกรรมแล้ว ... การป้องกันมะเร็งรังไข่ยังมีความสัมพันธ์กับภาวะการเจริญพันธุ์อีกด้วย ... พบว่าการตั้งครรภ์และการกินยาคุมกำเนิดก็สามารถลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งรังไข่ได้ในระดับหนึ่ง คนโสดหรือไม่มีบุตรจึงเสี่ยงกว่าคนที่มีบุตรครับ

ภาพแสดงถึงยาคุมกำเนิด (Pill) ที่มีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดของมะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer)


ภาวะนำ้หนักเกินหรืออ้วน (Obesity) ก็เป็นความเสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่และมะเร็งอีกหลายอย่าง จึงสมควรป้องกันโดยควบคุมนำ้หนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

ภาพแสดงความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งหลายชนิดจากความอ้วน (สัญญลักษณโบว์สีต่างๆแทนมะเร็งแต่ละชนิด)


ภาวะสูงวัยก็เป็นภาวะเสี่ยงของมะเร็งรังไข่และมะเร็งอีกหลายชนิดเช่นกัน ... จึงสมควรตรวจคัดกรองมะเร็งตามระยะที่เหมาะสมเมื่อมีอายุมากขึ้น

นอกจากการป้องกันโดยการดูความเสี่ยงทางพันธุกรรม การเจริญพันธุ์ น้ำหนัก และอายุแล้ว ... การตรวจคัดกรองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ในปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่อย่างมากทำให้สามารถตรวจวินิจฉัยสิ่งต่างๆได้รวดเร็วและแม่นยำ เช่น ... การตรวจทางพันธุกรรม (Genetic test) เช่นที่ทำในกรณีของคุณ Angelina Jolie เป็นต้น ... ในอดีตการตรวจทางพันธุกรรมไม่มีบริการในประเทศไทยแต่ปัจจุบันเริ่มมีบริการแล้วนะครับ ... การตรวจคัดกรองด้วยการตรวจภายใน (Pelvic examination) ร่วมกับการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตร้าซาวน์บริเวณช่องท้องส่วนล่าง (Pelvic ultrasound) ก็เป็นการตรวจอีกอย่างที่อาจทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติของรังไข่ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ... นอกจากนี้การตรวจเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker) ของรังไข่บางอย่าง เช่นการตรวจเลือดวัดระดับ CA125, HE4 ก็เป็นการตรวจที่มีประโยชน์และเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างภาพจาก Social media ที่แสดงถึงการการตรวจชนิดต่างๆเช่น CA125, HE4

หากใช้การตรวจคัดกรองที่กล่าวมา ... เสริมกับการดูแลตนเองในเรื่อง อาหาร การออกกำลังกาย และการรักษาสุขภาพจิตด้วยแล้ว ... หมอเองเชื่อว่าน่าจะเป็นเครื่องมือที่ดีในการป้องกันหรือต่อสู้กับโรคมะเร็งรังไข่ได้อย่างดีเลยนะครับ

เขียนมาถึงตอนนี้แล้วก็คงต้องขอจบเรื่องมะเร็งรังไข่ไว้เพียงแค่นี้ก่อนนะครับ ... ข้อมูลที่เขียนอาจไม่ได้ลงลึกในทุกประเด็นแต่ก็คงจะพอเป็นตัวกระตุ้นให้ท่านผู้อ่านโดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่สนใจเรื่องการดูแลสุขภาพทั้งหลายได้รับความรู้เพื่อไปใช้ประกอบในการดูแลสุขภาพของตัวเองบ้างนะครับ ... หากมีโอกาสหมอจะเขียนเกล็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของคุณผู้หญิงมาให้อ่านกันใหม่ ... ขออวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจนะครับ




รศ.นพ. วิรัช วุฒิภูมิ
สูตินรีแพทย์​ (มะเร็งวิทยานรีเวช)
โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่